UFABETWINS

UFABETWINS แม็กนัส คาร์ลเซ่น : อัจฉริยะแชมป์โลกหมากรุกผู้อ่านสถานการณ์ล่วงหน้าได้ 20 ตา

UFABETWINS “หมากรุก” แค่ได้ยินชื่อก็น่าเบื่อแล้วสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ภาพจำของกีฬาชนิดนี้คือภาพของเหล่าๆ อากงนั่งหวดกันในสภากาแฟ

ไม่ใช่แค่ที่ไทยเท่านั้น อีกฟากโลกอย่าง นอร์เวย์ ก็ไม่ต่างกัน หมากรุกคือกีฬาของคนแก่มาหลายสิบปี จนกระทั่งวันหนึ่งมีเด็กอัจฉริยะที่ชื่อว่า แม็กนัส คาร์ลเซ่น เลือกที่จะเล่นมัน และกลายเป็นแชมป์ของประเทศตั้งแต่อายุ 13 ปี และกลายเป็นแชมป์โลกในเวลาต่อมา แรงกระเพื่อมจากการเป็นราชาโลกหมากรุกของ แม็กนัส ส่งผลเป็นอย่างมาก ร้านค้าอุปกรณ์เล่นหมากรุกขายหมดเกลี้ยงทั้งประเทศ เพราะเหล่าคนรุ่นใหม่เหมาไปเล่นกันจนเกลี้ยงแผง

แค่ได้แชมป์อย่างเดียวไม่พอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แบบนี้แน่ … แต่เพราะอะไร แม็กนัส คาร์ลเซ่น จึงทำได้ ติดตามได้ที่นี่ ส่งต่อความรักและอัจฉริยะจากรุ่นสู่รุ่น “ฟ้าส่งมาเกิด” เป็นคำที่เรามักจะใช้พูดถึงใครสักคนที่เกิดมามีความพิเศษยิ่งกว่าใคร แต่สำหรับ แม็กนัส คาร์ลเซ่น จะใช้คำนั้นคงไม่ถูกนัก เพราะหากจะอ้างอิงตามหลักวิทยาศาสตร์ก็คงต้องเรียกว่า “การส่งต่อความอัจริยะผ่านพันธุกรรม” จึงจะถูก เมื่อ เฮนริค ที่ปรึกษาของบริษัทไอทีระดับแถวหน้า

ของประเทศ พบรักกับ ซิกรัน วิศวกรเคมี เราสามารถเดาได้ว่าลูก ๆ ของพวกเขาทั้งคู่จะต้องมีคุณภาพชีวิตแบบไหน … ลูกสาวคนแรกชื่อ เอลเลน เป็นเด็กเก่งด้านการเรียน มีมันสมองระดับคุณภาพ จดจำอะไรหลายสิ่งหลายอย่างได้อย่างน่าทึ่ง ทว่านั่นยังไม่มากเท่ากับลูกชายคนที่สองที่ลืมตาดูโลกในปี 1990 … แม็กนัส เป็นขั้นกว่าของ เอลเลน เข้าไปอีก แม็กนัส ไม่ใช่แค่จดจำเก่งเท่านั้น แต่เด็กคนนี้เกิดมาพร้อมกับสมองขั้นกว่า ใต้หัวของเขามีความสร้างสรรค์เต็มไปหมด

หากได้ลองทำอะไรแล้วสามารถมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้เป็นวัน ๆ แม็กนัส ในวัยเด็กเล็ก ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประกอบตัวต่อหรือจิ๊กซอว์ ที่น่าทึ่งคือ เขาสามารถต่อจิ๊กซอว์แบบ 50 ชิ้นได้ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ และตอน 4 ขวบ ก็สามารถต่อเลโก้ Lego ในระดับเลเวลเด็ก 10-14 ขวบได้อย่างสบาย ๆ ซึ่งนั่นผิดกับเด็กผู้ชายรุ่นเดียวกันเขาคนละเรื่อง “แม็กนัส เป็นเด็กที่มีสมาธิสูงมาก เขาสามารถนั่งเป็นเวลานาน ๆ ได้แม้แต่ในวัยเด็กก็ตาม” แม่ของเขากล่าว ส่วนวิชาหมาก

UFABETWINS

รุกนั้นเริ่มจาก เฮนริค ผู้เป็นพ่อ เดิมที เฮนริค เริ่มสอนกับ เอลเลน พี่สาวของเขาก่อน โดยตลอดการเล่น แม็กนัส จะมานั่งมองและทำหน้าเหมือนคิดเองเออเองอยู่คนเดียว จนกระทั่งเข้าอายุได้ 8 ขวบ แม็กนัส จึงเริ่มเล่นเป็นครั้งแรก เอลเลน เริ่มเล่นเก่ง มันเริ่มทำให้ แม็กนัส สนใจอยากจะแข่งกับเธอบ้าง และนั่นคือสิ่งที่เฮนริคผู้เป็นพ่อง้างรอมาตั้งนานแล้ว เขาไม่ได้บังคับให้ลูกเล่น แต่ถ้าเมื่อไร แม็กนัส เอ่ยปาก เขาสามารถเริ่มสอนได้ทันทีเพราะเตรียมบทเรียนรอจนถึงเวลา

ที่เหมาะสม “แรกเริ่มที่ผมสอนนั้นผมไม่ได้สอนเขาทั้งหมด ผมไม่อยากให้มันยากเกินไป ไม่อยากให้เขาต้องจดจำอะไรเยอะ ๆ มันจะไม่สนุกและท้อแท้ ผมเลยเริ่มเกมง่ายๆ ด้วยหมากที่มีแค่ขุน (King) กับเบี้ย (Pawn) เท่านั้น เมื่อเขาเริ่มเข้าใจผมจึงเริ่มเพิ่มหมากตัวอื่น ๆ เข้าไป ซึ่ง แม็กนัส หัวไปทางนี้ไวมากแต่เขาไม่รู้ตัวหรอก ตอนนั้นเขาแค่หวังว่าจะชนะพี่สาวของเขาให้ได้เท่านั้นเอง” เฮนริค เล่าย้อนความไปตอน แม็กนัส เริ่มรู้จักความอยากชนะเหนือพี่สาวและเขา

ก็ทำได้หลังจากนั้นไม่นาน สำหรับ แม็กนัส ถ้าได้ลองทำอะไรขึ้นมาแล้วชอบขึ้นมา เขาไม่เคยหยุดหรือทำมันแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ที่คือทัศนคติที่เกินเด็ก แรก ๆ เขาแพ้ให้กับพ่อเสมอ แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ของเขาที่คนเป็นพ่อเห็น เฮนริค มีอิทธิพลต่อการหลงรักหมากรุกสำหรับ แม็กนัส เป็นอย่างมาก ทั้งๆที่ใจของผู้เป็นพ่ออยากจะให้ลูกได้ฝึกเล่นแบบจริงจัง แต่เขากลับไม่เคยบังคับ แม็กนัส เลยแม้แต่ครั้งเดียว มีเพียงแค่การทำให้ดู อยู่เห็น เป็นให้ได้ซึมซับ

และสุดท้ายด้วยการสอนแบบค่อยๆเติมความรักและความเข้าใจ แม็กนัส ก็ติดหมากรุกจริงๆขึ้นมา “ผมค่อย ๆ ถูกทำให้หลงรักหมากรุกทีละน้อย ๆ และสุดท้ายผมก็ชอบมัน เพราะมันให้ความรู้สึกที่ดีเสมอเวลาที่ผมชนะ ผมสามารถฝึกหมากรุกได้หลายชั่วโมงต่อให้ไม่ต้องใช้กระดาน ผมเปิดตัวเองกว้างมาก ค่อย ๆ คิดวิเคราะห์ความเป็นไปได้ มันน่าประหลาดที่หมากรุกมันไม่มีวันสิ้นสุด” แม็กนัส ย้อนความไปในตอนนั้น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ด้วยศักยภาพในการเล่นหมากรุกที่

เพิ่มขึ้นทุกปีของ แม็กนัส ทำให้ เฮนริค ไม่อาจจะอยู่เฉยได้ เพื่อคนเป็นลูกแล้วเท่าไหร่ เฮนริค ก็ทำได้เขายื่นมือเเห่งความรักและความเข้าใจอย่างไม่หยุดยั้ง เขาเริ่มจัดตารางงานและสร้างสมดุลชีวิตใหม่ เหตุผลก็เพราะว่าอยากจะใช้เวลาในการสร้างความเป็นเลิศให้ลูกชายมากขึ้น จนกระทั่งวันที่เขารู้ว่า แม็กนัส เก่งเกินกว่าจะเล่นแค่ในบ้าน เฮนริค ถึงขั้นเสียสละขอพักงานที่มีรายได้มั่นคงและเป็นกระเป๋าเงินหลักของครอบครัวเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อช่วยลูกชายตามฝัน

ยัง … ยังไม่จบแค่นั้น ไม่ใช่แค่ เฮนริค เท่านั้นที่ทิ้งหน้าที่หลัก แต่เขาไปทำเรื่องลาพักการเรียนให้แม็กนัสเพื่อพาไปแข่งชิงรางวัลทั่วยุโรปอีกด้วย เขาพร้อมที่จะเสี่ยงกับอนาคตของลูกชายแบบเต็มร้อย และมั่นใจว่าจากที่สังเกตมาตลอด แม็กนัส จะยิ่งใหญ่ได้ด้วยเส้นทางนี้ อัจฉริยะด้านการอ่านสถานการณ์รอบตัว แม็กนัส ลุยแข่งทั่วยุโรปพร้อมกับพ่อของเขา ในช่วงเวลาเพียง 2 ปี ที่ต้องพักการเรียนเป็นระยะ ๆ เขาลงแข่งระดับทางการมากกว่า 300 เกม ตั้งแต่อายุ 12 ปี

เมื่อความอัจฉริยะ บวกเข้ากับประสบการณ์จะเป็นอะไรไปได้นอกจากความ “ไร้เทียมทาน” ระดับเยาวชนมีน้อยคนนักที่จะหยุดเขาได้ แม็กนัส ติดท็อป 10 ทั้งของยุโรปและโลกในรุ่นเล็กโดยตลอด โดยตำแหน่งสูงสุดคือ รองแชมป์โลกรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปีในปี 2002 พร้อมกับค่อย ๆ ไต่ระดับไปเรื่อย กระทั่งตัดสินใจเทิร์นโปรในปี 2004 ถึงตอนนี้ไม่มีอะไรหยุดเด็กคนนี้ได้แล้ว หลังจากที่ตอนแรกเป็นแค่การพักการเรียนชั่วคราว ตอนนี้ แม็กนัส ไม่ต้องพึ่งการตัดสินใจของพ่อ

UFABETWINS

อีกต่อไป เขาไปขอลาออกจากโรงเรียนอย่างเป็นทางการ และลงแข่งขันแบบแบกอายุทันที โดยการแข่งขันที่สร้างชื่อของเขาคือรายการที่เมือง เวค อาน ซี ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในรายการ คอรัส ทัวร์นาเมนต์ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ทาทา สตีล ทัวร์นาเมนต์) ที่เพียงการแข่งขันแมตช์แรก เหล่าผู้เล่นคนอื่น ๆ ที่อายุมากกว่าต้องหยุดนิ่งดูการเดินหมากที่เหนือชั้นเกินอายุของ แม็กนัส และเริ่มเรียกเขาว่า “โมซาร์ท แห่งหมากรุก” … รายการนั้นเขาสามารถคว้าอันดับ 1 ใน

กลุ่มซี ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นเขายังมีเลเวลเพียง “อินเตอร์เนชั่นแนล มาสเตอร์” เท่านั้น โลกหมากรุกของผู้ใหญ่นั้นแตกต่าง เขาจะต้องเจอกับคู่แข่งที่เก่งกว่าเดิม และต้องรับมือกับการเดินหมากที่มีหลากหลายรูปแบบ เดิมทีนั้นตัวของ แม็กนัส ขึ้นชื่อในเรื่องของการเดินหมากแบบรวดเร็วฉับไวตามฉายาโมซาร์ท แต่รูปแบบดังกล่าวบางทีก็ใช้ไม่ได้ในการแข่งขันระดับสูง ดังนั้นเขาจึงฝึกฝนจนได้สไตล์อีกหนึ่งแบบที่เป็นลายเซ็นของเขา ซึ่งสไตล์ดังกล่าวถูกเรียกว่า “งูเหลือม”

“งูเหลือม” คือ การค่อย ๆ ล้อมคู่แข่งและบีบไปทีละนิดจนหายใจไม่ออก การเดินหมากลักษณะนี้จะต้องใช้ความสร้างสรรค์ในหัวและแบกความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน แต่ถ้าวางแผนมาดีพอโอกาสชนะก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว “ผมสู้สุดใจตลอดนะ การที่เด็กกว่าคนอื่นไม่ใช่เรื่องได้เปรียบอย่างที่ใครเข้าใจ ผมว่าตอนเด็ก ๆ ผมเดินหมากห่ามเกินไป … ซึ่งตอนนี้ผมว่าผมน่าจะดีกว่าตอนที่ผมเดินหมากสมัยวัยรุ่นนะ ตอนนั้นผมเกลียดการแพ้มาก เมื่อผมยังเด็กมันเหมือนกับว่า

บางครั้งผมตาบอดไป” เรียกได้ว่างานเดียวแจ้งเกิดก็ว่าได้ เพราะหลังจากได้ฉายาโมซาร์ท ก็กลายเป็นที่สนใจในทุกเวที การเดินหมากของเขาเป็นไปได้หลายทิศทาง จะให้อ่านเกมแบบเพ่งพินิจก็ทำได้ หรือจะให้เดินหมากเปิดเกมแบบสายฟ้าแลบก็ไม่ใช่ปัญหา ครั้งหนึ่งในการแข่งขันที่ มอสโก แม็กนัส ต้องเจอกับ อดีตแชมป์โลกอย่าง อนาโตลี คาร์ปอฟ ก่อนที่ “โมซาร์ท” จะฉายแสงแบบรวดเดียวจบ เดินหมากเร็วปานสายฟ้าและคว้าชัยชนะไปได้อย่างรวดเร็ว

 

คลิ๊กเลย >>> UFABETWINS

อ่านข่าวเพิ่ม >>> บ้านผลบอล