UFABETWINS
UFABETWINS

UFABETWINS ทำไม เซเรีย อา จึงลบภาพจำการเป็นลีกน่าเบื่อไม่ได้ ทั้งที่ยิงกระจายในยุคนี้

UFABETWINS “อิตาลี บอลช้าเล่นน่าเบื่อ” … ไม่ว่าใครก็ตามคงเคยได้ยินวลีนี้ ทว่าความจริงมันเป็นเช่นนั้นจริงๆหรือ?

ในซีซั่น 2019-20 ฟุตบอล อิตาลี คือลีกที่ยิงประตูถล่มทลายเป็นอันดับ 2 ของ 5 ลีกดังของยุโรป มีการยิงประตู 1,150 ลูก เฉลี่ยแล้วทุกๆนัดจะมีประตูเกมละ 3.04 ลูก ดังนั้นเรื่องการยิงประตูคงไม่ต้องสงสัยว่าระเบิดภูเขาเผากระท่อมขนาดไหนทว่าทำไมมุมมองที่ผู้คนมีต่อลีกอิตาลี หรือความนิยมทั้งในแง่การถ่ายทอดสดและจำนวนแฟนบอลในสนามจึงยังต้องตกเป็นรองลีกดังอื่นๆอีกมากมาย โดยเฉพาะลีกอังกฤษที่ ณ ปัจจุบันมีการยิงประตูรวมทุกนัดน้อยกว่าพวกเขาเสียอีกติดตามทั้งหมดได้ที่นี่ภาพจำที่ชัดเจนแม้ว่า กัลโช่ เซเรีย อา จะเป็นลีกที่มีการยิงประตูเฉลี่ยมากที่สุดใน 5 ลีกดังยุโรปเมื่อซีซั่นที่เเล้วไป แต่สถิติดังกล่าวถือเป็น “ของใหม่” และเพิ่งเกิดขึ้นในยุคปัจจุบันเท่านั้น ทำให้สิ่งที่มนุษย์ทุกคนเป็นคือการติดอยู่กับภาพจำเก่าๆ หรือสิ่งที่เห็นเป็นประจำติดต่อกันมาเป็น

UFABETWINS

เวลายาวนาน ภาพจำเหล่านี้เป็นอุปสรรคในการเปิดรับสิ่งใหม่ และนั่นคือสิ่งที่ฟุตบอล เซเรีย อา กำลังถูกมองอยู่ ณ เวลานี้ ในปี 2019-20 พวกเขาอาจจะยิงประตูเฉลี่ยสูงถึง 3.09 ประตู แต่ซีซั่นที่ผ่านมา หรือจะย้อนกลับไปลึกกว่านั้นอีก 3-4 ปี ก็ยังไม่มีปีใดที่มีค่าเฉลี่ยยิงประตูเกิน 3 ลูกต่อ 1 เกมเลย (2018-19 ยิงรวม 1,019 ประตู 2.68 ลูกต่อเกม หรือ ปี 2017-18 ยิงรวม 1,017 ประตู เฉลี่ย 2.68 ลูกต่อเกม) สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาและเปลี่ยนภาพจำจากมุมมองของคนดูเสียใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนดูที่เดิมเป็นแฟนลีกอื่นๆอย่างลีกอังกฤษ เพื่อเข้าใจว่าฟุตบอลอิตาลี กำลังเข้าสู่ยุคแห่งความเอ็นเตอร์เทนในเวลานี้ โดยธรรมชาติ เมื่อคนเรารู้สึกพอใจกับสิ่งใด รวมถึงการโตขึ้นมากับสิ่งเหล่านั้น มันยากที่จะเปลี่ยนมุมมองความคิด หรือมองหาสิ่งใหม่ที่เป็นไปตามยุคสมัย ฟุตบอลก็เหมือนดนตรี

ว่ากันว่าคนเรานั้นเมื่ออายุมากขึ้นพวกเขาจะหยุดฟังเพลงหรือเปิดรับเพลงยุคใหม่เพราะชีวิตมีความยุ่งเหยิง พวกเขามีเรื่องให้คิดมากเกินกว่าจะศึกษาอะไรใหม่ๆ และไม่ว่าเพลงหรือฟุตบอลก็ถือเป็นกิจกรรมผ่อนคลาย และความหมายของการผ่อนคลาย “ใช้สมองให้น้อย ใช้ความรู้สึกให้มาก” ดังนั้นการจดจำว่าฟุตบอลอิตาลีช้าและน่าเบื่อ จึงยังฝังหัวคนส่วนใหญ่ โดยที่พวกเขานั้นไม่เปิดรับข้อมูลใหม่ๆเท่าไรนักนั่นเอง ส่วนคำถามต่อมาก็คือทำไมพวกเขาถึงถูกจดจำว่าน่าเบื่อ? ภาพจำของฟุตบอลอิตาลีนั้น จะบอกว่าน่าเบื่อมันก็ไม่ถูกเสียทีเดียว แต่ฟุตบอลอิตาลีนั้นมีเสน่ห์เป็นของตัวเองที่อาจจะไม่ตรงจริตคนดูบอลยุคใหม่เท่าไรนัก เมื่อ 30 ปีก่อน เสน่ห์ของฟุตบอลอิตาลีคือ “เกมรับ” … ซึ่งปฎิเสธไม่ได้เลยว่านั่นคือกำเเพงชั้นแรก เพราะมีคนจำนวนไม่มากนักที่จะเลือกดูเกม

ฟุตบอลที่เน้นแท็คติกและวิธีการ มากกว่าฟุตบอลเกมรุกที่เดินหน้าฆ่ามัน เสียเท่าไรยิงคืนเท่านั้นเหมือนฟุตบอลอังกฤษไม่มีใครปฎิเสธเสน่ห์ในเรื่องนี้ จุดเริ่มต้นมาจากกฎของฟุตบอลลีกในยุคเก่าๆที่มีกฎชนะได้ 2 แต้มเสมอได้ 1 แต้ม ช่องว่างของ “ชนะ กับ เสมอ” นั้นห่างกันนิดเดียวเท่านั้น ดังนั้นการเล่นเเบบเพลย์เซฟ คือทางออกที่ยอดเยี่ยมหากต้องการหวังผลงานตอนปลายฤดูกาล ในขณะเดียวกัน จุดเริ่มต้นในยุค 70s ยังส่งผลทางวัฒนธรรมฟุตบอลของอิตาลีมากมาย เช่นการเล่นสไตล์ที่เรียกว่า “คาเตนัคโช่” ที่แปลว่า “ใส่กลอนเกมรับ” ไม่ให้ใครเจาะได้ง่ายๆ และใช้เเท็คติกในการเข้าทำที่น้อยจังหวะแต่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ผลผลิตนักเตะดังของอิตาลีหลายคนส่วนใหญ่ก็เป็นนักเตะเกมรับ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นเหล่าผู้เล่นเกมรับที่ดีที่สุดในโลกมาตั้งแต่ยุค ดิโน่

ซอฟฟ์, ฟรังโก้ บาเรซี่, เปาโล มัลดินี่, บิลลี่ คอสตาคูต้า, อเลสซานโดร เนสต้า หรือ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ชื่อพวกนี้เป็นแนวรับขึ้นหิ้งทั้งสิ้น ด้านบทความฟุตบอลของเว็บไซต์ Football Italia ที่ชื่อว่า “Italian teams ought to entertain” หรือ “ทีมในอิตาลีควรจะเล่นฟุตบอลให้สนุกได้เเล้ว” ก็ยังพูดถึงความน่าเบื่อการการเน้นเรื่อง “แท็คติก” มากกว่าลีกอื่นๆ จนบางครั้งสิ่งเหล่านี้เป็นการกลบความสนุกและเอ็นเตอร์เทนไป แม้แต่เหล่านักเตะหลายคนที่ย้ายมาเล่นในลีกอิตาลี ก็ให้สัมภาษณ์ไปในทำนองเดียวกันว่าความยากนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่การซ้อมแล้ว ความยากในที่นี้ไม่ใช่การเล่นตามระบบฟุตบอลที่มีโมเดลชัดเจนอย่างฟุตบอลเยอรมัน แต่ที่อิตาลี มันคือการหาความเชี่ยวชาญของตัวเองและของทีมให้เจอ ปรับเปลี่ยนแท็คติกอย่างอิสระในแต่ละเกม พวกเขาให้ความสำคัญในด้านแท็คติ

กมากเกินไป และนั่นอาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ว่าเมื่อสโมสรจาก อิตาลี ออกไปเล่นในเวทียุโรป พวกเขามักจะโดนทีมจากลีกอื่นๆเอาชนะได้ด้วยความเร็วและความแข็งแกร่งนั่นเองเรื่องนี้ตรงกับสิ่งที่ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ที่เคยเป็นทั้งผู้ประกาศข่าวเศรษฐกิจ นักข่าวกีฬาที่ประเทศอังกฤษ ไปจนถึงผู้บริหารบริษัทชั้นนำของประเทศไทย พูดถึงฟุตบอล อิตาลี ไว้อย่างน่าสนใจว่านักเตะแต่ละคนต้องแสดงความสามารถออกมาก่อน หาจุดลงตัวและวิธีการเล่นที่จะสามารถเข้ากับทีมได้ ทุกอย่างมีอิสระในการเล่นแต่ต้องไหลไปกับกระแสเกมแต่ละนัดให้ได้อย่างแนบเนียนที่สุด“ผมเคยคุยกับ เยิร์ก ไฮน์ริค (Jörg Heinrich) ซึ่งเป็นนักเตะ

UFABETWINS

ชาวเยอรมัน ที่เคยเล่นให้กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และมีประสบการณ์ไปเล่นที่อิตาลี กับฟิออเรนตินา ผมถามเขาว่าฟุตบอลเยอรมันกับอิตาลี ต่างกันมากแค่ไหน?””เขาบอกว่าต่างกันมาก ที่เยอรมันโค้ชวางแผนให้หมด ว่านักเตะคนไหนมีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง ตำแหน่งนี้เล่นอย่างไร มีความรับผิดชอบจุดไหน สิ่งที่คุณต้องทำคือต้องเล่นตามแผนให้ได้””แต่ไปที่อิตาลี โค้ชของไฮน์ริคในตอนนั้น คือ โจวานนี ตราปัตโตนี (Giovanni Trapattoni) บอกเขาว่าให้ไปซ้อมในแบบที่ตัวเองอยากจะเล่น ไฮน์ริคก็งงเลยตอนนั้น เพราะซ้อมตามแผนที่โค้ชกำหนดมาให้ทั้งชีวิต อยู่ดีๆมาเจอให้ลงไปเล่นฟุตบอลแบบไม่มีแผน” ดร.วิทย์ สิทธิ

เวคิน ให้สัมภาษณ์กับ MainStand ในบทความ เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์มนุษย์ผ่านโลกฟุตบอล กับ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน เมื่อเป็นระบบทุกคนรู้ว่าเพื่อนร่วมทีมแต่ละคนจะอยู่จุดไหน เมื่อเพื่อนได้บอลสิ่งที่ตามมาคือการเข้าทำที่สวยงาม รู้ใจ และมีประสิทธิภาพ ขณะที่ฝั่งของ อิตาลี นั้น แม้ปลายทางคือการยิงให้เข้าปิดสกอร์ด้วยคุณภาพของความเฉียบคม แต่ระหว่างทางคือความสวยงามที่อาจจะไม่เท่ากับฟุตบอลที่มีระบบชัดเจน ตัวอย่างชัดที่สุดคือฟุตบอล บุนเดสลีก้า เยอรมัน ในซีซั่นที่เเล้ว มีประตูรวมทั้งฤดูกาล 982 ลูก (จากทั้งหมด 306 เกม) เฉลี่ยรวม 3.21 ลูกต่อ 1 เกม มากที่สุดใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป ทุกอย่างกลับไปที่จุดเริ่มต้น ฟุตบอลอิตาลีไม่ได้น่าเบื่อแต่พวกเขามีความสวยงามในแบบของตัวเอง มันคือเกมที่ใช้ศาสตร์ของเกมรับและตัดสินกันว่าใครจะอยู่กับสถานการณ์ ณ ปัจจุบันได้ดีกว่า เพียงแต่วิธีการอาจจะไม่ถูกจริตคนส่วนใหญ่ที่ชอบบอลเกมรุกสวยงาม มีประตูเยอะๆ นั่นเอง

 

คลิ๊กเลย >>>  UFABETWINS

อ่านข่าวเพิ่ม >>>  บ้านผลบอล